เว็บไซต์เล็กๆของจังหวัดเลย "เอ๊าเลยดอทคอม" เข้าสู่ปี 2019 อย่างเร้าใจ

3 ก.ย.59 ชาวบ้านคกเหลาเหนือ หมู่ 2 ต.บุฮม อ.เชียงคาน จ.เลย ระบุว่า มีศิวลึงค์ หรือปลักขิกหินแกรนิตแฝด ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ศาลาริมน้ำโขง หน้าวัดศรีสมสนุก ต.บุฮม

จึงสอบถามไปยังนายสันติ ปากดีหวาน นายก อบต.บุฮมว่ามีจริงอยู่ห่างจากตัวอำเภอเชียงคาน ประมาณ 13 ก.ม. จึงได้เดินทางไปพิสูจน์

paladkik2

เมื่อไปถึงพบปลัดขิกหินแกรนิตตั้งตระหง่านอยู่ภายในศาลา ริมน้ำโขง จำนวน 2 อัน อายุร่วม 100 ปี มีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมา แวะกราบขอพรและขอเลขเด็ด โดยมีนายสุพจน์ แดงทอง อายุ 70 ปี มัคทายกวัดศรีสมสนุก นั่งพูดคุยกับชาวบ้านอยู่ จากการสอบถามนายสุพจน์ เล่าว่าเมื่อปี พ.ศ.2523 ได้มีบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งก่อสร้างถนนขึ้นภูทอก แล้วพบหินแกรนิตลักษณะคล้ายศิวลึงค์ หรือปลัดขิก ตั้งอยู่ในป่า จำนวน 2 อัน อันใหญ่ มีขนาดยาว 4 เมตร ขนาด 3 คนโอบ และขนาดเล็กยาว 2.50 เมตร ขนาด 3 คนโอบ คาดว่าอายุกว่า 100 ปี จึงได้นำมาตั้งที่ทางแยกขึ้นภูทอก จนกระทั่งมีพระรูปหนึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.บุฮม แต่ไปจำพรรษาที่กรุงเทพฯ มาเห็นเข้าจึงได้ปรึกษาหารือกับชาวบ้าน ไปขอปลัดขิกทั้ง 2 อัน จากบริษัทก่อสร้าง มาตั้งที่ศาลาริมน้ำโขง หน้าวัดศรีสมสนุก จนมาถึงทุกวันนี้เป็นเวลา 36 ปี

ส่วนใหญ่มีนักท่องเที่ยวที่ผ่านมาแวะกราบไหว้ขอพร และที่ขาดไม่ได้คือมาขอหวย โดยโรยแป้งที่ปลัดขิกแล้วถูเบาก็จะเห็นตัวเลข ถูกกันคนละเป็นแสน แต่ชาวบ้านที่ ต.บุฮม ก็มาขอเลขเด็ดเหมือนกัน แต่ก็ไม่เคยถูกหวยเลย สงสัยปลัดขิกไม่ยอมให้โชคกับคนในหมู่บ้าน ให้แต่นักท่องเที่ยวที่ผ่านสัญจรไปมา

นายสันติ ปากดีหวาน นายก อบต.บุฮม กล่าวว่า สถานที่ดังกล่าวมีนักท่องเที่ยวมากราบไหว้เยอะ ถือว่าเป็นปลัดขิกหินแกรนิตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและอยู่ริมน้ำโขงติดกับ สปป.ลาว มีทิวทัศน์สวยงามมาก ในปีนี้ทาง อบต.ได้จัดงบประมาณส่วนหนึ่ง มาเสริมสร้างตบแต่งบริเวณศาลาปลัดขิก ให้ดูสวยงามกว่าเดิม เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของตำบลบุฮม และเป็นส่วนหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของอำเภอเชียงคานอีกด้วย

ขอขอบคุณข่าวจาก http://www.komchadluek.net/news/regional/240760

Go to top