กระจกรถยนต์ ฟิล์มรถยนต์ จังหวัดเลย
รถตู้ให้เช่าทั่วไทย 77 จังหวัด

เข้าสู่ระบบ เอ๊าเลย! เลยจ๊ะ

เข้าสู่ระบบ  \/ 
x
 Use Facebook account
หรือ
สมัครสมาชิก  \/ 
x
 Use Facebook account
หรือ

ผ้าขนหนูเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องใช้ทุกวัน เรียกได้ว่าต้องมีอย่างน้อยก็ 2-3 ครั้งขึ้นไปในแต่ละวันที่เราต้องได้ใช้และสัมผัสกับผ้าขนหนูไม่มากก็น้อย

ผ้าขนหนู การเลือกและดูแลรักษา เรื่องเล็กๆ แต่มีอะไรมากกว่านั้น

แต่คนส่วนใหญ่มองข้าม ไม่ใส่ใจ และไม่ให้ความสำคัญใดๆ เนื่องจากมองว่าผ้าขนหนูก็เหมือนๆ กันหมดไม่ได้เห็นความแตกต่างอะไรกัน แต่จริงๆ แล้วเรื่องของผ้าขนหนูมีอะไรมากกว่านั้น เคยสงสัยกันไหมว่าเราจะเลือกซื้อผ้าขนหนูที่ดีได้อย่างไรดูจากอะไร ขนาดที่แตกต่างกันเหมาะกับการใช้งานอย่างไร เราจะมีวิธีดูแลรักษาอย่างไร มีวิธีซักหรือทำความสะอาดอย่างไรและบ่อยแค่ไหน รวมถึงเมื่อใช้ไปนานผ้าขนหนูจะเริ่มไม่นุ่มแล้วจะทำอย่างไรให้กลับมานุ่มอย่างเคย

การเลือกซื้อผ้าขนหนู ควรเลือกเนื้อผ้าที่เป็นเส้นใยฝ้ายธรรมชาติ 100% คุณภาพสูง เพราะให้ความนุ่มต่อการสัมผัสที่ผิวหน้าและผิวการได้ดีเยี่ยม ไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง ไม่มีเศษขุยเล็กๆ ติดผิวเมื่อใช้งาน และที่สำคัญที่ถือเป็นจุดเด่นของผ้าขนหนูก็คือ การดูดซับน้ำได้ดีเยี่ยมและยังระบายอากาศได้ดีทำให้ไม่เกิดกลิ่นอับและเชื้อราได้ง่ายอีกด้วย ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ผ้าขนหนูที่มีใยสังเคราะห์ผสมอยู่ไม่สามารถทำได้ดีเท่าเส้นใยฝ้ายธรรมชาติ 100% คุณภาพสูงได้ หากดูในท้องตลาดก็จะพบว่าผ้าขนหนูระดับเกรดดีๆ หรือระดับพรีเมี่ยมทั้งหลายไม่ว่าจะยี่ห้อใด ก็จะผลิตจากผ้าฝ้ายธรรมชาติคุณภาพสูงทั้งสิ้น ส่วนผ้าขนหนูเกรดรองลงมาก็อาจจะผลิตด้วยผ้าฝ้ายที่มีคุณภาพรองลงมา ในการเลือกซื้อนั้นก็แล้วความต้องการหรือกำลังทรัพย์ของแต่ละคน สำหรับผ้าขนหนูที่ผลิตจากเส้นใยฝ้ายธรรมชาติ 100% คุณภาพสูง แม้ว่าจะมีราคาแพงกว่าทั่วไปสักหน่อย แต่สำหรับบางคนเมื่อได้ลองใช้ก็จะรู้สึกถึงความแตกต่าง บางยี่ห้อมีการใส่สารช่วยป้องกันแบคทีเรียด้วยทำให้ปัญหาเรื่องกลิ่นอับและเชื้อราหมดไป อาจหาช่วงที่มีการลดราคาหรือช่วงจัดโปรโมชั่น ของเหล่าร้านค้าออนไลน์หรือห้างสรรพสินค้าเพื่อที่จะสามารถซื้อได้ในราคาที่ถูกลงก็เป็นอีกวิธีการหนึ่ง

ทีนี้มาดูกันด้วยเรื่องของประเภทของผ้าขนหนู คนส่วนใหญ่อาจคิดว่าผ้าขนหนูก็เหมือนๆ กัน จะใช้ในกิจกรรมใดๆ ก็ได้ไม่แตกต่างกัน แต่จริงๆ คุณสมบัติที่แตกต่างกันเล็กๆ น้อยๆ ของผ้าขนหนู ก็มีความเหมาะสมกับการใช้งานไม่เหมือนกัน และมีรายละเอียดอะไรมากกว่าที่คิด เริ่มจากขนาดของผ้าขนหนูมีอยู่หลากหลายขนาด การใช้งานก็แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ผ้าขนหนูขนาดเล็ก ชนิดนี้เหมาะกับการเป็นผ้าเช็ดหน้าหรือไม่ก็เป็นผ้าเช็ดมือ, ผ้าขนหนูขนาดใหญ่ ชนิดนี้เหมาะสำหรับการเป็นผ้าเช็ดตัวหลังอาบน้ำ ซึ่งทุกคนก็คุ้นเคยกันดี, ผ้าขนหนูขนาดใหญ่พิเศษ ชนิดนี้เหมาะสำหรับนักกีฬาหรือผู้เล่นกีฬาทางน้ำที่ต้องการให้ผ้าสามารถซับน้ำได้มากและรวดเร็วกว่า ในประเทศเขตหนาว ผ้าขนหนูชนิดนี้ก็สามารถให้ความอบอุ่นให้กับนักกีฬาหลังแข่งเสร็จได้อีกด้วย, ผ้าขนหนูชนิดผ้าห่ม หลายคนก็เลือกใช้ผ้าห่มที่เป็นเนื้อผ้าขนหนู อาจเป็นเพราะอากาศร้อนๆ อย่างเมืองไทย หากใช้ผ้านวมในการห่มตอนนอนก็จะร้อนอบอ้าวเกินไป ผ้าห่มชนิดนี้จึงเหมาะสมและได้รับความนิยม

ต่อมามาดูถึงเรื่องการทำความสะอาดการเก็บรักษากันบ้าง สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อซื้อผ้าขนหนูมาใหม่ๆ คือ การซัก เนื่องจากผ้าขนหนูต้องสัมผัสกับผิวหน้าและผิวกายอยู่ทุกวัน ดังนั้นการซักผ้าขนหนูใหม่ๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการกำจัดสารเคมีที่มีมาตั้งแต่ขั้นตอนผลิต รวมถึงเพื่อกำจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกต่างๆ ในขึ้นตอนเก็บสต๊อกของร้านค้าต่างๆ หากต้องการให้ผ้าขนหนูสะอาดขึ้นอีก ก็สามารถซักด้วยน้ำอุ่นด้วยก็ได้ เมื่อใช้งานผ้าขนหนูไปสักระยะแล้ว ก็ต้องซักทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ถ้าหากใช้เช็ดตัวหรือเช็ดหน้าอยู่ทุกวัน ก็ควรซักทำความสะอาด 1 ครั้งต่อสัปดาห์ หลังจากนั้นก็ควรตากในที่โล่งเพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นอับ อย่างไรก็ตาม ในขั้นตอนการซัก ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาซักผ้าขาว เพราะอาจจะทำลายความนุ่นของผ้าขนหนูได้ แต่หากต้องการขจัดคราบสกปรกหรือคราบดำคล้ำติดแน่นบนเนื้อผ้าขนหนูที่เกิดจากการใช้ไปนานๆ โดยเฉพาะกรณีที่ใช้เป็นผ้าเช็ดตัวเป็นประจำ ก็อาจใช้เบกกิ้งโซดา สักครึ่งถ้วยหรือปริมาณที่เหมาะสม ใช้ร่วมกับผงซักฟอกปกติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการซักให้ดีขึ้นได้

ปัญหาอีกข้อ เมื่อใช้ผ้าขนหนูไปนานๆ จะพบว่าผ้าขนหนูเริ่มมีความแข็งกระด้างหรือไม่นุ่มเหมือนเคย นอกจากการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มแล้ว อาจลองใช้น้ำส้มสายชู ด้วยการใช้น้ำส้มสายชูเล็กน้อยผสมกับน้ำหนึ่งในปริมาณมากที่สามารถนำผ้าขนหนูที่ผ่านการซักให้สะอาดแบบปกติมาแล้ว มาแช่ในน้ำผสมน้ำส้มสายชูนี้ หลังจากนั้นก็ล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง และน้ำไปตากตามปกติ นี่ก็จะช่วยทำให้ผ้าขนหนูกลับมานุ่มขึ้นอีกครั้ง

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณบทความจาก : http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=digitalboom&month=23-02-2017&group=1&gblog=15

ดูข่าวที่คุณอาจจะสนใจ

Go to top